หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย 50 ทวิ คืออะไร
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่คนเรียกติดปากว่า "50 ทวิ" คือเอกสารที่ผู้จ่ายเงินต้องออกให้ผู้รับเงินเป็นหลักฐานว่าหักภาษีไว้เท่าไหร่ เพื่อให้ผู้รับเงินเอาไปเครดิตภาษีตอนยื่นแบบประจำปี
เอกสารนี้ต้องมีข้อมูลครบตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่แค่เขียนยอดเงินลอยๆ:
ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ทั้งฝั่งผู้จ่ายและผู้รับ ประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 (1) ถึง (8) เช่น เงินเดือน ค่าจ้างทำของ ค่าเช่า ค่าบริการ วันที่จ่ายเงิน จำนวนเงินที่จ่าย และอัตราภาษีที่หักไว้ ลายมือชื่อผู้จ่ายเงิน
ขาดข้อมูลชุดนี้ไปข้อใดข้อหนึ่ง คู่ค้าของคุณอาจเอาไปยื่นเครดิตภาษีไม่ได้ แล้วเรื่องจะย้อนกลับมาที่คุณ
ใบหัก ณ ที่จ่ายตอนโอนเงิน กับ 50 ทวิ คือใบเดียวกันไหม
ใช่ คือใบเดียวกัน ไม่มีเอกสารที่ชื่อว่า "ใบหัก ณ ที่จ่ายรายครั้ง" แยกออกมาต่างหากจาก 50 ทวิ สิ่งที่คุณออกให้คู่ค้าตอนโอนเงินแต่ละงวด ก็คือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายฉบับเต็มนั่นเอง เพียงแต่ความถี่ในการออกขึ้นอยู่กับว่าเงินได้นั้นเป็นประเภทไหน
กฎหมายแบ่งเป็นสองเส้นทางชัดเจน เงินได้ทั่วไปอย่างค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า (มาตรา 40(2) ถึง (8)) ต้องออกทันทีทุกครั้งที่จ่าย ส่วนเงินเดือนพนักงานประจำ (มาตรา 40(1)) กฎหมายเปิดช่องให้ออกรวมทั้งปีได้ครั้งเดียวเพื่อลดภาระงานเอกสารของนายจ้าง
จ้างผู้รับเหมาหรือฟรีแลนซ์ ต้องออกใบหัก ณ ที่จ่ายตอนไหน
ต้องออกทันทีทุกครั้งที่โอนเงิน ไม่ใช่รอสรุปสิ้นปีแบบพนักงานประจำ เพราะเงินได้ประเภทนี้ไม่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นตามมาตรา 40(1)
ลองดูสถานการณ์จริง สมมติคุณจ้างผู้รับเหมาต่อเติมสำนักงาน แบ่งจ่ายเป็น 4 งวด งวดละ 100,000 บาท ค่าจ้างทำของแบบนี้ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% เท่ากับงวดละ 3,000 บาท คุณต้องออก 50 ทวิ พร้อมโอนเงินทุกงวด รวม 4 ใบตลอดโครงการ จะรอออกใบเดียวตอนจบงานไม่ได้ เพราะผู้รับเหมาต้องใช้เอกสารแต่ละงวดไปยื่นภาษีของเขาเอง
ฟรีแลนซ์ก็หลักการเดียวกัน จ้างกราฟิกดีไซน์เนอร์ทำโลโก้ 15,000 บาท จ่ายครั้งเดียวจบงาน หัก 3% เท่ากับ 450 บาท ก็ต้องออก 50 ทวิ ให้ทันทีตอนโอนเงิน นี่คือคำตอบของคำถามที่ถามกันบ่อยว่า "หัก ณ ที่จ่าย ฟรีแลนซ์ ต้องทำยังไง" คือหักแล้วออกใบให้เขาเลย ไม่ต้องรอ
นอกจากใบหัก ณ ที่จ่ายแล้ว อย่าลืมว่านี่คนละใบกับใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีที่ผู้รับเหมาออกให้คุณ ถ้ายังสับสนอยู่ว่าสามใบนี้ต่างกันตรงไหน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และใบแจ้งหนี้ ต่างกันอย่างไร และถ้าผู้รับเหมาจดทะเบียน VAT เขาจะออกใบกำกับภาษีให้คุณด้วย ซึ่งมีรายการบังคับตามมาตรา 86/4 ที่ต้องเช็กให้ครบ อ่านรายละเอียดได้ที่ โปรแกรมออกใบกำกับภาษีตามมาตรฐานสรรพากร
อย่าลืมด้วยว่าการออก 50 ทวิ ให้คู่ค้าเป็นคนละเรื่องกับหน้าที่ยื่นภาษีที่หักไว้ให้สรรพากร คุณยังต้องยื่น ภ.ง.ด.3 (กรณีจ่ายให้บุคคลธรรมดา) หรือ ภ.ง.ด.53 (กรณีจ่ายให้นิติบุคคล) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หรือวันที่ 15 ถ้ายื่นออนไลน์ ทำสองเรื่องนี้คู่กันเสมอ
จ่ายเงินเดือนพนักงานประจำ ต้องออก 50 ทวิ ทุกเดือนไหม
ไม่จำเป็น นายจ้างเลือกได้ว่าจะออกทุกเดือน หรือออกรวมทั้งปีให้พนักงานครั้งเดียวก็ได้ กฎหมายให้สิทธิ์นี้เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40(1) คือเงินเดือนเท่านั้น
ถ้าเลือกออกรวมทั้งปี ต้องออกให้เสร็จภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป หรือถ้าพนักงานลาออกกลางปี ต้องออกให้ภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน ไม่ใช่รอถึงสิ้นปีเสมอไป
จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ นี่เป็นคนละเรื่องกับสลิปเงินเดือนที่ต้องออกให้พนักงานทุกเดือนอยู่แล้ว และก็คนละเรื่องกับ ภ.ง.ด.1 ที่บริษัทต้องยื่นให้สรรพากรทุกเดือนเหมือนเดิม ต่อให้เลือกออก 50 ทวิ ให้พนักงานปีละครั้ง หน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.1 กับกรมสรรพากรทุกเดือนก็ยังต้องทำตามปกติ ถ้าบริษัทมีพนักงานหลายคนหรือหลายนิติบุคคล การมีโปรแกรมทำสลิปเงินเดือนที่คำนวณประกันสังคมและภาษีให้อัตโนมัติจะช่วยตัดงานส่วนนี้ไปได้เยอะ
ออกผิดจังหวะ หรือไม่ออกเลย เสี่ยงอะไรบ้าง
ความเสี่ยงหลักตกอยู่ที่ทั้งสองฝ่าย ฝั่งคู่ค้าหรือพนักงานเอาเอกสารไปเครดิตภาษีไม่ได้ ต้องมาทวงคุณย้อนหลัง เสียเวลาทั้งสองฝ่าย ฝั่งคุณเองถ้าไม่ยื่น ภ.ง.ด. ตามกำหนดหรือออกเอกสารผิดฟอร์แมต ก็มีสิทธิ์โดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มจากกรมสรรพากร
ที่พบบ่อยในธุรกิจก่อสร้างคือผู้รับเหมาไม่รับงานงวดถัดไปเพราะยังไม่ได้ 50 ทวิ ของงวดก่อน เพราะเขาต้องใช้ปิดยอดภาษีของตัวเองทุกเดือน ธุรกิจที่มีหลายโปรเจกต์พร้อมกันจึงต้องมีระบบที่ออกเอกสารให้ตรงจังหวะ ไม่ใช่มานั่งไล่ทำใน Excel ตอนสิ้นเดือน
เรื่องพวกนี้ที่ LL-Docs เข้าใจดี เพราะเราออกแบบระบบมาให้ครอบคลุมทั้งสองเส้นทาง ไม่ว่าคุณจะต้องออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายรายครั้งให้ผู้รับเหมา ฟรีแลนซ์ หรือออกสรุปรวมทั้งปีให้พนักงาน LL-Docs ออกให้ตรงฟอร์แมต 50 ทวิ ตามมาตรฐานสรรพากรทุกช่อง เลขที่เอกสารรันอัตโนมัติไม่ซ้ำไม่ข้าม จัดการได้แม้มีหลายบริษัทหลายนิติบุคคลในระบบเดียว โดยที่คุณไม่ต้องเก่งบัญชีมาก่อน