ใบกำกับภาษีเต็มรูป กับ อย่างย่อ ต่างกันอย่างไร ออกแบบไหนดี

อัปเดตล่าสุด 2026-06-30

อธิบายความต่างของใบกำกับภาษีเต็มรูปและอย่างย่อ ใครออกได้ ต้องมีข้อความอะไรบ้างตามมาตรฐานสรรพากร พร้อมตัวอย่างและวิธีออกออนไลน์ฟรี

ใบกำกับภาษีคืออะไร

ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คือเอกสารที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ออกให้ผู้ซื้อทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ เพื่อแสดงมูลค่าสินค้าและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บ ผู้ซื้อที่จด VAT ใช้ใบกำกับภาษีซื้อนี้เป็นภาษีซื้อไปหักกับภาษีขายได้

ใบกำกับภาษีมี 2 แบบหลักคือ "เต็มรูป" และ "อย่างย่อ" ซึ่งใช้ในสถานการณ์ต่างกัน

ใบกำกับภาษีเต็มรูป

เป็นแบบมาตรฐานที่ใช้ได้ทุกกรณี ต้องมีข้อความครบตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด เช่น คำว่า "ใบกำกับภาษี" ชื่อ-ที่อยู่-เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ เลขที่และวันที่ออก รายการสินค้า/บริการ มูลค่า และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกชัดเจน

ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลหรือผู้ประกอบการจด VAT ควรขอใบกำกับภาษีเต็มรูปเสมอ เพราะต้องมีเลขผู้เสียภาษีของผู้ซื้อจึงจะนำไปใช้เป็นภาษีซื้อได้

ใบกำกับภาษีอย่างย่อ

ใช้ได้เฉพาะกิจการค้าปลีกที่ขายให้ผู้บริโภครายย่อยจำนวนมาก เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ไม่ต้องระบุชื่อ-ที่อยู่ของผู้ซื้อ และมักออกจากเครื่องบันทึกการเก็บเงิน (POS) ที่ได้รับอนุมัติ

ข้อจำกัดสำคัญ: ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ผู้ซื้อนำไปใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ ดังนั้นถ้าลูกค้าเป็นบริษัทและต้องการเครดิตภาษีซื้อ ต้องออกแบบเต็มรูปให้

สรุปเลือกแบบไหน

ขายให้ธุรกิจ/นิติบุคคล หรือผู้ซื้อขอเอกสารไปลงบัญชี → ออกแบบเต็มรูป เสมอ

ขายปลีกหน้าร้านให้ผู้บริโภคทั่วไปจำนวนมาก → ใช้อย่างย่อได้ แต่ถ้าลูกค้าขอเต็มรูปก็ต้องออกให้

LL-Docs ออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปให้อัตโนมัติ พร้อมเลขรันนิ่งและแยกภาษีมูลค่าเพิ่มให้เรียบร้อย

ลองออกเอกสารจริงฟรี

LL-Docs ออกเอกสารธุรกิจไทย 37 ชนิดตามมาตรฐานสรรพากร เลขรันนิ่งอัตโนมัติ PDF ฟอนต์ไทยคมชัด ใช้ได้หลายบริษัท — เริ่มใช้ฟรี หรืออยากได้เวอร์ชันติดตั้งภายในองค์กร ดูรายละเอียด

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีหรือกฎหมาย โปรดตรวจสอบรายละเอียดกับนักบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนนำไปใช้จริง